Frequently asked questions for importers in Thai

การติดฉลากประเทศต้นกำเนิดอาหาร

คำถาม-คำตอบสำหรับผู้นำเข้า

อาหารนำเข้าจะได้รับผลกระทบอย่างไรจากมาตรฐานใหม่นี้?

มาตรฐานข้อมูลฉลากประเทศต้นกำเนิดอาหารปี 2016 (มาตรฐานข้อมูล) จะส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อยต่ออาหารที่นำเข้ามาในประเทศออสเตรเลีย
อาหารนำเข้าจะยังคงต้องมีฉลากข้อความระบุประเทศต้นกำเนิด (เช่นผลิตในประเทศไทย ผลิตในแคนาดา) สำหรับอาหารบางประเภท หรือเรียกว่าอาหารสำคัญ (Priority food) ข้อความนี้จะต้องถูกจัดวางไว้ในกรอบข้อความบนฉลากผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน
เพื่อให้ถูกต้องตามมาตรฐานนี้ ท่านมีทางเลือกคือ:

  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์นำเข้าที่มีฉลากถูกต้องตามข้อกำหนดอยู่แล้ว
  • แก้ไขฉลากให้ถูกต้องตามข้อกำหนดเมื่อผลิตภัณฑ์ถูกนำเข้ามาในประเทศออสเตรเลีย

เนื่องจากอาหารนำเข้าไม่ได้ถูกทำ ปลูก หรือผลิตในประเทศออสเตรเลีย ดังนั้นจึงไม่มีสิทธิ์ติดแสดงสัญลักษณ์จิงโจ้บนฉลากอาหาร

อาหารใดได้รับผลกระทบบ้าง?

มาตรฐานข้อมูลกำหนดว่าอาหารเกือบทุกชนิดที่เหมาะสมจะวางขายปลีกในออสเตรเลียจะต้องติดฉลากประเทศต้นกำเนิด มาตรฐานข้อมูลนี้จะมีผลบังคับต่อ:

  • อาหารสำหรับขายปลีกในออสเตรเลีย (เช่นอาหารที่ขายให้แก่สาธารณชนในร้านหรือตลาด หรือจากตู้ขายของอัตโนมัติ)
  • อาหารมีบรรจุภัณฑ์ที่ขายโดยผู้ขายส่ง
  • อาหารไม่มีบรรจุภัณฑ์หลายชนิด

ข้อความระบุประเทศต้นกำเนิดบนอาหารนำเข้าจะต้องถูกจัดวางไว้ในกรอบข้อความบนฉลากของผลิตภัณฑ์อาหารอย่างชัดเจน ยกเว้นผลิตภัณฑ์อาหารดังกล่าวจะถูกจัดว่าไม่สำคัญ

  • เครื่องปรุงรส
  • ขนมรวมทั้งไอศกรีม
  • บิสกิตและอาหารกินเล่น
  • น้ำขวด
  • เครื่องดื่มเกลือแร่และและน้ำอัดลม
  • ชาและกาแฟ
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

อาหารอื่นนอกจากนี้ทั้งหมดจัดว่าเป็น “อาหารสำคัญ” และจะต้องมีฉลากอย่างถูกต้องตามมาตรฐานใหม่

การเปลี่ยนแปลงนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อใด?

มาตรฐานข้อมูล (Information Standard) นี้จะเริ่มมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2016 และจะมีช่วงเปลี่ยนผ่าน 2 ปี ระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ ธุรกิจมีทางเลือกคือ:

  • ใช้ฉลากผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องตามข้อกำหนดเดิมที่ระบุไว้ในประมวลมาตรฐานอาหารของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ (ประมวลมาตรฐานอาหาร) หรือ
  • เลือกปฏิบัติตามข้อกำหนดฉลากแบบใหม่ตามที่บัญญัติไว้ใน “มาตรฐานข้อมูล”

ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2018 เป็นต้นไป อาหารต้องติดฉลากอย่างถูกต้องตามข้อกำหนดของ “มาตรฐานข้อมูล” มิเช่นนั้นจะถูกลงโทษ อย่างไรก็ตาม สต๊อคสินค้า (ผลิตภัณฑ์อาหารที่บรรจุและติดฉลากอย่างถูกต้องตาม ”ประมวลมาตรฐานอาหาร” ก่อนหรือในวันที่ 30 มิถุนายน 2018) จะยังคงวางขายได้โดยไม่ต้องติดฉลากตามมาตรฐานใหม่

ท่านสามารถแก้ไขฉลากอาหารนำเข้าของท่านหลังจากอาหารถูกนำเข้ามาในออสเตรเลียแล้วได้หรือไม่?

ได้ครับ ท่านสามารถแก้ไขฉลากหลังอาหารถูกนำเข้ามาในออสเตรเลียแล้วได้ เพื่อยืนยันว่าอาหารของท่านถูกต้องตาม “มาตรฐานข้อมูล” แล้ว

ฉลากอาหารนำเข้าควรมีลักษณะอย่างไร?

อาหารที่ไม่ได้ถูกปลูก ผลิต ทำ หรือบรรจุในออสเตรเลียจะถูกจัดว่าเป็น “อาหารนำเข้า” (Imported food) ตาม “มาตรฐานข้อมูล” นั้น อาหารนำเข้าสำคัญที่มีบรรจุภัณฑ์จะต้องมีข้อความระบุประเทศต้นกำเนิดอยู่ในกรอบข้อความอย่างชัดเจน ผู้นำเข้าไม่มีสิทธิ์ใช้สัญลักษณ์จิงโจ้เนื่องจากผลิตภัณฑ์ไม่ได้มีต้นกำเนิดในออสเตรเลีย ส่วนข้อกำหนดเรื่องฉลากของ “อาหารไม่สำคัญ” นั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ

ฉลากที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร?

ด้านล่างเป็นตัวอย่างที่สามารถช่วยท่านทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการติดฉลากผลิตภัณฑ์ ‘อาหารสำคัญ’ ที่นำเข้ามาของท่านได้อย่างถูกต้อง


Sample label showing the text Produced in Canada.
(ผลิตในแคนาดา)
Sample label showing the text Product of China.
(ผลิตในจีน)

ถ้าอาหารนำเข้านั้นทำ ปลูก หรือผลิตขึ้นในประเทศเดียว ก็สามารถใช้ฉลากข้อความเหล่านี้ได้

Sample label showing the text Packed in Brazil from imported ingredients.
(บรรจุในบราซิล จากส่วนผสมนำเข้า)
Sample label showing the text Packed in Brazil with nuts from the USA, Canada and Brazil.
(บรรจุในบราซิลจากหลายแหล่งที่มา)
Sample label showing the text Packed in Brazil from multiple origins.
(บรรจุในบราซิลจากถั่วจากสหรัฐแคนาดา และบราซิล)

ต้องมีคำว่า ‘บรรจุใน’ (Packed in) ในกรณีที่ไม่สามารถกล่าวได้ว่าอาหารดังกล่าวถูกปลูก ผลิต หรือทำในต่างประเทศเพียงประเทศเดียว
นอกจากนี้ ในกรณีนี้ฉลากต้องมีข้อความว่าอาหารมาจากหลายต้นกำเนิดหรือประกอบด้วยส่วนผสมที่นำเข้ามา

Sample label showing the text Made in USA.
(ผลิตในสหรัฐอเมริกา)

ถ้าส่วนผสมของอาหารนำเข้านั้นได้มาจากหลายประเทศและถูกแปรรูปอย่างมากในอีกประเทศหนึ่ง ก็ควรใช้ข้อความว่า ‘ทำใน’ (Made in)
ตัวอย่างเช่น วัตถุดิบจากแคนาดา สหรัฐอเมริกา และเม็กซิโกถูกรวมเข้าในโรงงานในอเมริกาเพื่อทำเค้กที่มีบรรจุภัณฑ์ แล้วจึงถูกนำเข้าสู่ประเทศออสเตรเลียเพื่อการขายปลีก ในกรณีนี้ ข้อความที่เหมาะสมก็ควรเป็น ‘ทำในสหรัฐ’

ควรใช้ฉลากแบบใดถ้าอาหารนำเข้ามีส่วนผสมของออสเตรเลีย?

ถ้าอาหารที่นำเข้ามาในออสเตรเลียประกอบด้วยส่วนประกอบของออสเตรเลียบางส่วน ก็ยังต้องมีข้อความที่ระบุประเทศต้นกำเนิดของอาหารโดยแสดงอยู่ในกรอบที่ชัดเจน นอกจากนี้ท่านอาจจะเพิ่มข้อความที่ระบุร้อยละของส่วนผสมของออสเตรเลียในอาหารได้


ตัวอย่าง:
แยมผลไม้ชนิดหนึ่งผลิตในนิวซีแลนด์จากเชอรี่ของออสเตรเลียและส่วนผสมอื่น เชอรี่เป็นของออสเตรเลียทั้งหมดและคิดเป็นสัดส่วน 73% ของผลิตภัณฑ์ ท่านจะติดแสดงข้อความระบุประเทศต้นกำเนิด หรือฉลากมาตรฐานแบบสององค์ประกอบก็ได้

 
ข้อความอธิบายที่ต้องมี                                   ข้อความที่จะมีก็ได้
Sample label showing the text Made in New Zealand.                    Sample label showing a monochrome bar chart and the text Made in New Zealand from at least 73% Australian ingredients.


(ผลิตในนิวซีแลนด์)

ผลิตในนิวซีแลนด์
จากส่วนผสมของออสเตรเลียอย่างน้อย 73%

     
ถ้าน้อยกว่าร้อยละ 10 ของส่วนผสมตามน้ำหนักวัตถุดิบนั้นมาจากออสเตรเลีย – ในข้อความอธิบายก็อาจจะระบุว่าอาหารดังกล่าวผลิตหรือบรรจุ ‘จากน้อยกว่าร้อยละ 10 ของส่วนผสมของออสเตรเลีย’ แทนที่จะเป็น ‘จากอย่างน้อย’ ร้อยละขั้นต่ำของส่วนผสมของออสเตรเลีย
ตัวอย่าง:
Sample label showing a monochrome bar chart and the text Packed in Australia from less than 10% Australian ingredients.
(บรรจุในออสเตรเลียจากน้อยกว่าร้อยละ 10 ของส่วนผสมของออสเตรเลีย)
นอกจากนี้ ท่านยังสามารถเลือกที่จะเน้นข้อความ (ไฮไลท์) ต้นกำเนิดของส่วนผสมบางชนิดในข้อความอธิบายได้

“มาตรฐานข้อมูล” ใหม่นี้จะส่งผลต่อหัวข้ออากร (Tariff heading) ของผลิตภัณฑ์ของท่านหรือไม่?

มาตรฐานข้อมูลจะไม่ส่งผลต่อหัวข้ออากร

จะสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากที่ใด?

ท่านสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้โดยโทรหา business.gov.au ที่เบอร์ 13 28 46 หรือแวะไปที่ business.gov.au/foodlabels

Download a copy

Frequently asked questions for importers - Thai

Thanks for your feedback. If you have any ideas on how we can improve, we'd love to hear them.

Please provide your comments in the feedback form.

You might also be interested in